เบาหวาน รู้ตัวก่อนหลีกเลี่ยงได้

สารบัญบทความ

จากบทความที่แล้วเราได้พูดถึงอาการแพ้อาหารที่อาจส่งผลร้ายแรงต่อชีวิตในเรื่อง แพ้กุ้ง ในเรื่องของอาการและข้อปฏิบัติของคนใกล้ตัวกันไปแล้ว ครั้งนี้เราจะมาพูดถึงโรคที่ใกล้ตัวยิ่งกว่าที่พบอาจจะแทบในทุกครอบครัวอย่าง โรคเบาหวาน เป็นโรคที่เกิดจากการทำงานของร่างกายที่ผิดปกติทำให้น้ำตาลในเลือดไม่คงที่ และปัจจุบันผู้ป่วยโรคนี้ก็ยิ่งมีอายุน้อยลงจากพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นเราจะมาดูกันว่า เบาหวาน อาการ เป็นยังไง และเป็นแล้วจะต้องปฏิบัติตัวแบบไหนไปดูกัน

 

โรคเบาหวาน คืออะไร

เบาหวานหรือชื่อภาษาอังกฤษ Diabetes Mellitus คือ โรคที่เกิดจากเซลล์ในร่างกายมีความผิดปกติในขบวนการเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้กลายเป็นพลังงาน เกิดจากต่อมไร้ท่อชนิดหนึ่งทำให้ตับอ่อนไม่สามารถหลั่ง ฮอร์โมนอินซูลิน ที่เป็นตัวเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงานได้เพียงพอ ทำให้ระดับนำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ และน้ำตาลนั้นยังคงสะสมอยู่ในร่างกายจนกระทั่งไตไม่สามารถเก็บไว้ได้อีกจึงขับออกมาพร้อมปัสสาวะ ซึ่งหากปล่อยไว้นานร่างกายอาจเกิดภาวะดื้ออินซูลินทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่คงที่ และเกิดโรคจากภาวะแทรกซ้อนตามมาได้

เบาหวาน โรคเบาหวาน เบาหวาน อาการ
เครดิตภาพประกอบ: Heart disease vector created by brgfx – www.freepik.com

 

เบาหวาน อาการ เป็นยังไง

  1. ปัสสาวะเยอะ และปัสสาวะกลางคืนบ่อย
  2. กระหายน้ำ ดื่มน้ำเยอะ
  3. อยากอาหารตลอดเวลา หิวบ่อย กินเยอะ
  4. แผลหายช้า
  5. น้ำหนักตัวลด
  6. อ่อนเพลีย
  7. ตาพร่ามัวบ่อย
  8. มีอาการชา หรือปวดร้อนปลายประสาทนิ้วมือนิ้วเท้า

 

ชนิดของเบาหวาน

ชนิดของเบาหวานแบ่งได้ 6 ชนิด ตามที่ องค์กรอนามัยโลก (WHO) กำหนดในปี ค.ศ. 2019

  1. เบาหวานชนิดที่ 1 (T1DM) – เกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกันไปทำลายเซลล์เบต้าของตับอ่อนที่ทำหน้าที่ผลิตอินซูลิน ส่วนใหญ่เกิดในคนอายุน้อย แถมยังสัมพันธ์กับพันธุกรรม ซึ่งต้องใช้ยาอินซูลินในการรักษา
  2. เบาหวานชนิดที่ 2 (T2DM) – เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากภาวะดื้ออินซูลินทำให้คุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี มักเกิดกับคนมีน้ำหนักตัวสูง พบบ่อยในวัยกลางคนเป็นต้นไป แต่ก็ยังพบในเด็ก และวัยรุ่นได้เช่นกัน
  3. เบาหวานชนิดผสม (Hybrid form of diabetes) – เกิดจากการดื้ออินซูลินในช่วงแรกเหมือนกับเบาหวานชนิดที่ 2 และภูมิคุ้มกันยังทำลายเซลล์เบต้นในตับอ่อนทำให้ต้องใช้อินซูลินรักษาใน 6 ถึง 12 เดือน
  4. เบาหวานชนิดอื่นๆ ที่พบได้ (Other specific types)
    • เบาหวานเกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรมของยีนความคุมเซลล์เบต้นในตับอ่อน
    • เบาหวานจากโรคที่เกิดในตับอ่อน
    • เบาหวานเกิดจากโรคทางต่อมไร้ท่อ
    • เบาหวานเกิดจากการใช้ยา
    • เบาหวานจากการติดเชื้อ
    • เบาหวานจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ
    • กลุ่มโรคทางพันธุกรรมที่เกี่ยวกับเบาหวาน
  5. ภาวะน้ำตาลสูงในช่วงตั้งครรภ์ – เกิดจากเบาหวานขณะตั้งครรภ์และมีภาวะดื้ออินซูลินที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น เอสโตรเจน เฮชซีจี ซึ่งเบาหวานขณะตั้งครรภ์ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อทั้งมารดาและทารก จำเป็นต้องรับการรักษาอย่างใกล้ชิด
  6. เบาหวานแยกชนิดไม่ได้ – ใช้กับเบาหวานชนิดที่ตรวจพบใหม่ และยังไม่สามารถแยกชนิดได้

 

ภาวะแทรกซ้อนจาก เบาหวาน

เมื่อผู้ป่วยเบาหวานมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเกินปกติเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลให้ภาวะหลอดเลือดอุดตันได้ง่ายกว่าคนปกติ และภูมิคุ้มกันตกจากการที่น้ำตาลไปเกาะเม็ดเลือดขาวทำให้เม็ดเลือดขาวที่ป้องกันร่างกายจากเชื้อโรคต่างๆ ทำงานได้ลดลง โดยภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวานมีดังนี้

  1. ภาวะแทรกซ้อนทางตา – หรือที่เรียกว่าเบาหวานขึ้นตา เกิดจากน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังจนจอประสาทตาเสื่อม หากปล่อยไว้นานอาจทำให้เกิด ต้อกระจก ต้อหิน จนถึงขั้นตาบอดได้
  2. ภาวะแทรกซ้อนทางไต – ภาวะเบาหวานลงไต เริ่มแรกไตจะทำงานหนักขึ้นทำให้แรงดันเลือดในไตสูงตามไปด้วย หากพบโปรตืนไข่ขาวรั่วออกมากับปัสสาวะ ต้องได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ไม่งั้นอาจเกิดภาวะไตวายจนถึงขั้นต้องล้างไต
  3. ภาวะแทรกซ้อนทางเส้นประสาท – เป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุดมีอาการชาที่ปลายประสาทมือและเท้า มีอาการเหมือนเข็มแทงค้างไว้ แสบร้อนปลายมือและเท้า หรือแม้แต่เหงื่อออกง่าย หรือเหงื่อออกยากผิดปกติ
  4. ภาวะเส้นเลือดแดงใหญ่อุดตัน – มักเกิดขึ้นบริเวณขา สังเกตได้จากมีอาการปวดขามากเวลาเดินหรือวิ่ง ปลายเท้าเย็น ขนที่ขาร่วง หากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดภาวะปลายเท้าขาดเลือดจนต้องตัดนิ้วเท้า หรือขาได้
  5. ภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบ – เป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจตีบแคบลงจนกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด อาจทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจวาย ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเสียชีวิตเฉียบพลันได้
  6. ภาวะเส้นเลือดสมองตีบ – เป็นภาวะพบบ่อยเช่นกัน โดยเส้นเลือดสมองเมื่อตีบลงจะทำให้เลือกไปเลี้ยงระบบประสาทต่างๆ ได้ไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอัมพฤกษ์อัมพาต ปากเบี้ยว หรืออาการชาครึ่งซีกได้

 

จะรู้ตัวได้ยังไงว่าเป็นหรือไม่

อาการของเบาหวานในเริ่มแรกนั้นจะแตกต่างกันไปแต่ละคนตั้งแต่ไม่มีอาการอะไรเลย จนถึงขั้นช็อคน้ำตาลเลยก็มี แต่เราสามารถสังเกตุอาการเบื้องต้นด้วยตนเองได้ 3 อาการที่พบบ่อยคือ หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อยโดยมีปริมาณมาก และน้ำหนังตัวลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หากพบว่ามีอาการดังกล่าวแนะนำให้เข้ารับการตรวจโดยแพทย์เพื่อ วินิจฉัยเบาหวาน ดังนี้

  • หลังอดอาหารมาแล้ว 8 ชั่วโมง ตรวจพบน้ำตาลในเลือดมากกว่า 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
  • หลังรับประทานน้ำตาล 75 กรัม เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ตรวจพบระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
  • การตรวจวัดน้ำตาลสะสม A1C มีค่ามากกว่า 6.5 เปอร์เซ็นต์

 

ปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเป็นเบาหวาน

การรักษา โรคเบาหวาน จำเป็นต้องร่วมมือกันทั้งแพทย์ และผู้ป่วยเอง เพราะโรคเบาหวานเรื้อรังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปกติได้ ซึ่งผู้ป่วยจะต้องมีวินัยในตัวเองในเรื่องการคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการกินยาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับทำตามข้อปฏิบัติดังต่อไปนี้

  • ดื่มน้ำวันละ 8 แก้วต่อวัน
  • ควบคุมอาหาร เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือด
  • รับประทานอาหาร 3 มื้อให้ตรงเวลาแม้จะไม่หิว
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานของว่าง
  • รับประทานข้าว หรือ แป้งในปริมาณพอเหมาะ
  • รับประทานผัก และผลไม้
  • หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมัน
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • ลดอาหารรสหวาน เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล หรือใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลได้
  • ลดอาหารมัน และเค็มจัด ที่มีการทอด หรืออาหารกึ่งสำเร็จรูปต่างๆ
  • งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์

 

สรุปเรื่อง เบาหวาน

โรคเบาหวานเกิดจากภาวะการดื้ออินซูลินทำให้ร่างกายเปลี่ยนน้ำตาลเป็นพลังงานไม่ได้ดีจนทำให้มีน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป หากปล่อยไว้จะเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาซึ่งมีผลตั้งแต่ทำให้เจ็บป่วยง่ายจนถึงขั้นพิการ หรือเสียชีวิตได้เลยทีเดียว ดังนั้นสำหรับผู้ที่ยังไม่ป่วยแนะนำให้ลองตรวจหรือสังเกตอาการด้วยตนเองดู หากพบว่าตัวเองเข้าข่ายให้เข้ารับการตรวจ และรับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนจะป่วยเรื้อรัง ยิ่งรู้ตัวเร็วยิ่งห่างไกลจากเบาหวานได้ง่ายขึ้น สำหรับบทความเรื่องโรคเบาหวานขอจบเพียงเท่านี้

 

เครดิตข้อมูล
https://www.chulabhornhospital.com/page.php?name=1458
https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/diabetes-2

เครดิตภาพปก
Glucose photo created by xb100 – www.freepik.com

Share content

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

สุขภาพ
วิธีดูแลสุขภาพ เคล็ดลับง่ายๆ ในการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง

จากบทความที่แล้วเราได้พูดถึงเรื่อง ผลไม้เพื่อสุขภาพ สำหรับคนที่กำลังมองหาผลไม้ดีๆ มารับประทานให้สุขภาพดีกันไปแล้ว

Share content
สุขภาพ
ออกกำลังกาย ทำแบบไหนถึงดีต่อสุขภาพและเหมาะกับช่วงวัย

หากพูดถึงเรื่องการดูแลสุขภาพแล้วคงต้องเคยได้ยินคำว่า ออกกำลังกาย กันอย่างแน่นอน เพราะการออกกำลังกายนั่นคือวิธีการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสุขภาพที่ดีขึ้นจากระบบการไหลเวียนเลือดที่ดี

Share content
รู้ทันโรค
ความดันสูง Hypertension โรคใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

จากเรื่องที่แล้วเราได้พูดถึงโรคที่กำลังมีผู้ป่วยมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคนที่ทำงานนั่งโต๊ะเป็นประจำอย่าง โรคออฟฟิศซินโดรม ถึงเรื่องอาการและการรักษากันไปแล้ว

Share content