เท้าเหม็น ปัญหากลิ่นกวนใจที่แก้ให้หายขาดได้

สารบัญบทความ

เท้าเหม็น เป็นปัญหาที่หลายคนกำลังเจอกันโดยเฉพาะคนที่ต้องสวมรองเท้าตลอดตลอดวัน การมีกลิ่นเท้านอกจากทำให้รู้สึกไม่สบายใจ ยังทำให้รู้สึกอายเวลาต้องถอดรองเท้า ถึงแม้ว่าจะมีผลิตภัณฑ์ช่วยลดกลิ่นเท้ามากมายแต่กลิ้นเท้าก็ยังไม่หายไปสักที ดังนั้นครั้งนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของเท้าเหม็นกันว่าสาเหตุเกิดจากอะไร พร้อมกับแนะนำ วิธีแก้เท้าเหม็น ให้หายขาดซึ่งสามารถทำตามกันง่ายๆ ทำได้ทันที ถ้าสนใจแล้วไปเข้าเนื้อหากัน

 

เท้าเหม็น สาเหตุเกิดจากอะไร

กลิ่นเท้าเหม็นเกิดจากได้จากหลายสาเหตุทั้งจากความชื้นที่สะสม เชื้อรา และแบคทีเรียที่เจริญเติบโตบนเท้าหรือในรองเท้า อันมาจากเหงื่อออกระหว่างสวมรองเท้า หรือความสะอาดของรองเท้า ปัญหานี้เจอได้ทุกวัยตั้งแต่วัยเรียนจนถึงวัยทำงานที่ต้องสวมรองเท้าแทบจะตลอดเวลา นานวันเข้าก็จะเกิดการหมักหมมจนเกิดเชื้อราหรือแบคทีเรียขึ้นที่เท้าและรองเท้าซึ่งทำให้เกิดกลิ่นเหม็นออกมา ส่วนใหญ่คนที่เป็นแล้วจะเป็นๆ หายๆ หรือแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นเท้านี้ไม่ได้เลย

 

วิธีแก้เท้าเหม็น ทำได้ไม่ยาก

การแก้ปัญหากลิ่นเท้าได้ได้ไม่ยาก แต่ต้องอาศัยความใส่ใจ และใช้เวลาดูแลสักระยะหนึ่งถึงจะหายได้ โดยทำตามคำแนะนำด้าล่างนี้ทุกข้อก็สามารถบอกลากลิ่นเท้าไปได้เลย

  • หมั่นล้างเท้าให้สะอาด – หลังจากสวมรองเท้าเป็นเวลานานหรือกลับจากทำงาน ให้ล้างทำความสะอาดเท้าเพื่อล้างเหงื่อไคลออกด้วยสบู่โดยเฉพาะตามซอกนิ้วเท้า หรืออาจล้างเท้าด้วยน้ำอุ่นผสมกับสารส้ม , เกลือ , น้ำส้มสายชู หรือกากกาแฟอย่างใดอย่างหนึ่ง จากนั้นล้างออกให้สะอาดเช็ดให้แห้ง
  • ทำความสะอาดรองเท้าสม่ำเสมอ – รองเท้าจัดว่าเป็นแหล่งสะสมของตัวการเกิดเท้าเหม็นเลยก็ว่าได้ ดังนั้นเป็นไปได้ควรทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งโดยซักตากแดดให้แห้งสนิทก่อนนำมาสวม แนะนำควรมีรองเท้าสำรองสำหรับเปลี่ยนเมื่อเริ่มมีกลิ่นเพื่อนำรองเท้าที่เกิดกลิ่นแล้วไปตากแดดหรือซักทำความสะอาด
  • เลือกใช้รองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี – เพื่อลดเหงื่อและลดการอับชื้นในรองเท้าแนะนำให้เลือกรองเท้าระบายอากาศดี ไม่หนามากจนเกินไป หากเลี่ยงไม่ได้ให้หาเวลาถอดรองเท้าเป็นพักๆ
  • สวมถุงเท้าหนาเล็กน้อย – สำหรับคนที่เหงื่อเท้ามากแนะนำให้สวมถุงเท้าที่หนาสักเล็กน้อยเพื่อช่วยซับเหงื่อเพื่อป้องกันไม่ให้เหงื่อไปสะสมที่รองเท้าจนชื้นและเกิดแบคทีเรีย เมื่อใช้แล้วซักด้วยผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อและตากแดดให้แห้ง
  • ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับแก้เท้าเหม็น – ตอนนี้มีผลิตภัณฑ์สำหรับช่วยแก้กลิ่นเท้ามากมายไม่ว่าจะเป็นแป้งดับกลิ่นเท้า สเปรย์ลดเหงื่อหรือระงับกลิ่น สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านค้าใกล้บ้าน นำมาใช้ร่วมกับการดูแลความสะอาดของเท้าและรองเท้า

 

เคล็คไม่ลับแช่เท้าแก้เท้าเหม็น

เคล็คไม่ลับนี้ทำตามได้ง่ายๆ และยังทำได้ในเวลาว่าง โดยเตรียมกะละมังขนาดเล็ก และน้ำอุ่นสำหรับแช่เท้า ทำตามนี้ประกอบการดูแลความสะอาดทุกวันบอกลากลิ่นเท้าได้เลย

  1. แช่เท้าด้วยสารส้ม – นำสารส้มละลายในน้ำอุ่นประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ แช่เท้าประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก
  2. แช่เท้าด้วยน้ำเกลือ – นำเกลือผสมน้ำอุ่น 1 ถึง 2 ช้อนโต๊ะ แช่เท้าประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก
  3. แช่เท้าด้วยน้ำส้มสายชู – นำน้ำส้มสายชูผสมน้ำอุ่น 2 ช้อนโต๊ะ แช่เท้าประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก
  4. แช่เท้าด้วยกากกาแฟ – ล้างเท้าให้สะอาดขัดด้วยกากกาแฟ จากนั้นแช่เท้าในน้ำผสมกากกาแฟ 15 นาทีแล้วล้างออก
เท้าเหม็น วิธีแก้เท้าเหม็น
เครดิตภาพประกอบ : Image by jcomp on Freepik

 

สรุปเรื่อง เท้าเหม็น

เท้าเหม็นเกิดจากการอับชื้นและแบคทีเรียที่เกิดขึ้นจากเหงื่อและการหมักหมมในรองเท้าทำให้เกิดกลิ่นเหม็นออกมา ดังนั้นการแก้กลิ่นเท้าจึงเกี่ยวกับการดูแลความสะอาดของเท้าและรองเท้าเป็นหลัก หลังจากสวมรองเท้าแนะนำให้ล้างเท้าให้สะอาด ซักรองเท้าทุกสัปดาห์ นำรองเท้าตากแดดบ่อยๆ และใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับสำหรับดูแลกลิ่นในรองเท้าร่วมด้วย ทำเท่านี้เป็นประจำก็กลิ่นเหม็นในรองเท้าก็จะเริ่มลดลงจนหายไปในที่สุด สำหรับเรื่องหน้าจะเป็นอะไรติดตามได้เลยที่ lookhealthy.live

เครดิตภาพปก : Image by valuavitaly on Freepik

Share content

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

ท้องอืด ท้องเฟ้อ วิธีแก้ท้องอืด
รู้ทันโรค
ท้องอืด ท้องเฟ้อ สัญญาณเตือนความผิดปกติของระบบย่อยอาหาร

ท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นอาการที่หลายคนต้องเคยเป็นกันสักครั้งหลังจากกินอาหารเข้าไป หากจะถามว่าท้องอืดเกิดจากอะไรมีสาเหตุค่อนข้างหลากหลาย

Share content
เบาหวาน
รู้ทันโรค
เบาหวาน รู้ตัวก่อนหลีกเลี่ยงได้

จากบทความที่แล้วเราได้พูดถึงอาการแพ้อาหารที่อาจส่งผลร้ายแรงต่อชีวิตในเรื่อง แพ้กุ้ง ในเรื่องของอาการและข้อปฏิบัติของคนใกล้ตัวกันไปแล้ว ครั้งนี้เราจะมาพูดถึงโรคที่ใกล้ตัวยิ่งกว่าที่พบอาจจะแทบในทุกครอบครัวอย่าง

Share content
เครียดลงกระเพาะ
รู้ทันโรค
เครียดลงกระเพาะ โรคที่วัยทำงานควรระวัง

ความเครียด หรือ ภาวะเครียด เกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่ว่าช่วงเวลาไหนของชีวิตซึ่งไม่ใช่เรื่องดีแถมยังส่งผลร้ายต่อร่างกายของเราเป็นอย่างมาก

Share content
error: Content is protected !!